Skip to main content
guest
Join
|
Help
|
Sign In
Edimbagnagbwch
Home
guest
|
Join
|
Help
|
Sign In
Wiki Home
Recent Changes
Pages and Files
Members
หน้าหลัก
คำขวัญเดิมบางนางบวช
ประวัติอำเภอเดิมบางนางบวช
ตำนานย่านเดิมบางนางบวช
พระราชนิพนธ์ ร.5
ที่ตั้งและอาณาเขต
ระบบการปกครอง
สภาพเศรษฐกิจ
วิถีชีวิต
เชื้อสายคนเดิมบางนางบวช
อำเภอเดิมบางนางบวชกับประวัติศาสตร์ไทย
ศิลปะทางวัฒนธรรม
ตำรายาพื้นบ้าน
ผู้จัดทำ
ครูที่ปรึกษา
ภาคผนวก
<<br>
Free Clock
Free Counter
The following text will not be seen after you upload your website, please keep it in order to retain your counter functionality
slot machine tips
ตำนานย่านเดิมบางนางบวช
Edit
0
7
…
0
Tags
No tags
Notify
RSS
Backlinks
Source
Print
Export (PDF)
ย่านเดิมบาง แต่ก่อนเรียกบ้านเดิมนาง เป็นถิ่นกำเนิดของสาวงามคนหนึ่ง ชื่อใดไม่ปรากฏแต่บางสำนวนระบุว่าชื่อนางพิมสุลาไลย เนื่องจากความงามของนางจึงทำให้มีผู้ชายหมายปองมากมาย แต่นางกลับเบื่อหน่ายในโลกีย์ จึงหนีไปจากบ้านเดิมนาง ขึ้นไปบำเพ็ญพรหมจรรย์อยู่บนภูเขา ทำงานทอหูก(เครื่องทอผ้า)เมื่อยามว่างก็นั่งกรอไนปั่นฝ้ายไปเรื่อย
ครั้งนั้นยังมีพรานป่าคนหนึ่งชื่อตาสีนนท์(บ้างเขียนสีนน บ้างก็เขียนศรีนนท์) แกเป็นโรคเรื้อน ผิวกายเป็นหนองเปรอะเปื้อน จึงอยู่เป็นโสด ยึดอาชีพต่อไก่ป่า วันหนึ่งแกเดินผ่านมาเห็นสาวงามคนนี้เข้า ก็เกิดความรักใคร่ต้องการจะได้นางมาเชยชม จึงเอาไก่ต่อผูกกับแท่งหินเป็นหลักไว้ แล้วเสกอาวุธประจำกาย เป็นงูเห่าเลื้อยขึ้นไปหานาง นางตกใจเห็นจวนตัวจึงขยำคองูแน่น แล้วกำคองูตาสีนนท์มาเชือดจนเลือดกระจาย ตาสีนนท์เจ็บปวดร้องลั่นป่า บ้านย่านนั้นจึงได้ชื่อว่า “ บ้านกำมาเชือด “ ต่อมาเพี้ยนเป็นบ้าน“ กำมะเชียร “
ส่วนสาวงามนั้นก็ร้องไห้เสียใจ เสียดายผลกุศลที่อุตส่าห์บำเพ็ญมา นางจึงเอามีดตัดนมทั้งสองข้างขว้างไป เลือดนางหลั่งไหลสร้างความเจ็บปวด นางวิ่งมาถึงภูเขาลูกหนึ่ง สุดทนเจ็บปวดได้จึงร้องโอดโอยครวญคราง ภูเขาลูกนั้นจึงมีชื่อว่า “เขานางโอย” นมทั้งสองข้างเกิดเป็นภูเขาเรียกว่า “เขานมนาง” ส่วนเขาที่สาวงามนั้นนั่งปั่นฝ้ายเรียกว่า”เขากี่”(แปลว่าเครื่องทอผ้า) ส่วนหลักผูกไก่ของตาสีนนท์ ปัจจุบันเขาว่าอยู่หน้าโรงเรียนกำมะเชียร
สาวงามนั้นไม่ตายเมื่อฟื้นขึ้นมา นางก็เดินไปพบแม่น้ำขวางหน้าไม่สามารถข้ามได้ แต่ด้วยผลกุศลที่นางเคยบำเพ็ญมา ทำให้เกิดเหตุมหัศจรรย์มีช้างสารเชือกใหญ่มารับนางไปส่งยังฝั่งตรงข้าม ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนั้นต่อมาว่า”ท่าช้าง” นางได้อธิษฐานขอให้เทพยดาปลงผม และคิ้วให้ เขาตรงนั้นจึงเรียกว่า“เขาคิ้วนาง” แล้วสร้างศาลแทนตัวไว้ จากนั้นนางได้ลงเรือมา จิตใจเริ่มสบายเกิดความรื่นเริง แล้วจึงขึ้นพักที่ริมท่า บ้านนั้นจึงเรียกบ้าน”ท่านางเริง” แล้วเดินทางขึ้นภูเขาต่อไปภูเขานั้นจึงเรียกว่า”เขาขึ้น” แล้วนางจึงบวชชียังวัดในละแวกนั้น วัดนั้นจึงเรียกว่า “ วัดนางบวช “
Javascript Required
You need to enable Javascript in your browser to edit pages.
help on how to format text
Turn off "Getting Started"
Home
...
Loading...
ย่านเดิมบาง แต่ก่อนเรียกบ้านเดิมนาง เป็นถิ่นกำเนิดของสาวงามคนหนึ่ง ชื่อใดไม่ปรากฏแต่บางสำนวนระบุว่าชื่อนางพิมสุลาไลย เนื่องจากความงามของนางจึงทำให้มีผู้ชายหมายปองมากมาย แต่นางกลับเบื่อหน่ายในโลกีย์ จึงหนีไปจากบ้านเดิมนาง ขึ้นไปบำเพ็ญพรหมจรรย์อยู่บนภูเขา ทำงานทอหูก(เครื่องทอผ้า)เมื่อยามว่างก็นั่งกรอไนปั่นฝ้ายไปเรื่อย
ครั้งนั้นยังมีพรานป่าคนหนึ่งชื่อตาสีนนท์(บ้างเขียนสีนน บ้างก็เขียนศรีนนท์) แกเป็นโรคเรื้อน ผิวกายเป็นหนองเปรอะเปื้อน จึงอยู่เป็นโสด ยึดอาชีพต่อไก่ป่า วันหนึ่งแกเดินผ่านมาเห็นสาวงามคนนี้เข้า ก็เกิดความรักใคร่ต้องการจะได้นางมาเชยชม จึงเอาไก่ต่อผูกกับแท่งหินเป็นหลักไว้ แล้วเสกอาวุธประจำกาย เป็นงูเห่าเลื้อยขึ้นไปหานาง นางตกใจเห็นจวนตัวจึงขยำคองูแน่น แล้วกำคองูตาสีนนท์มาเชือดจนเลือดกระจาย ตาสีนนท์เจ็บปวดร้องลั่นป่า บ้านย่านนั้นจึงได้ชื่อว่า “ บ้านกำมาเชือด “ ต่อมาเพี้ยนเป็นบ้าน“ กำมะเชียร “
ส่วนสาวงามนั้นก็ร้องไห้เสียใจ เสียดายผลกุศลที่อุตส่าห์บำเพ็ญมา นางจึงเอามีดตัดนมทั้งสองข้างขว้างไป เลือดนางหลั่งไหลสร้างความเจ็บปวด นางวิ่งมาถึงภูเขาลูกหนึ่ง สุดทนเจ็บปวดได้จึงร้องโอดโอยครวญคราง ภูเขาลูกนั้นจึงมีชื่อว่า “เขานางโอย” นมทั้งสองข้างเกิดเป็นภูเขาเรียกว่า “เขานมนาง” ส่วนเขาที่สาวงามนั้นนั่งปั่นฝ้ายเรียกว่า”เขากี่”(แปลว่าเครื่องทอผ้า) ส่วนหลักผูกไก่ของตาสีนนท์ ปัจจุบันเขาว่าอยู่หน้าโรงเรียนกำมะเชียร
สาวงามนั้นไม่ตายเมื่อฟื้นขึ้นมา นางก็เดินไปพบแม่น้ำขวางหน้าไม่สามารถข้ามได้ แต่ด้วยผลกุศลที่นางเคยบำเพ็ญมา ทำให้เกิดเหตุมหัศจรรย์มีช้างสารเชือกใหญ่มารับนางไปส่งยังฝั่งตรงข้าม ชาวบ้านจึงเรียกบริเวณนั้นต่อมาว่า”ท่าช้าง” นางได้อธิษฐานขอให้เทพยดาปลงผม และคิ้วให้ เขาตรงนั้นจึงเรียกว่า“เขาคิ้วนาง” แล้วสร้างศาลแทนตัวไว้ จากนั้นนางได้ลงเรือมา จิตใจเริ่มสบายเกิดความรื่นเริง แล้วจึงขึ้นพักที่ริมท่า บ้านนั้นจึงเรียกบ้าน”ท่านางเริง” แล้วเดินทางขึ้นภูเขาต่อไปภูเขานั้นจึงเรียกว่า”เขาขึ้น” แล้วนางจึงบวชชียังวัดในละแวกนั้น วัดนั้นจึงเรียกว่า “ วัดนางบวช “